Posted on Leave a comment

Christian Fuchs (คริสเตียน ฟุคส์)

NATIONALITY :ออสเตรีย DATE OF BIRTH :7 เมษายน 1986 HEIGHT :187 CM. WEIGHT :89 KG.

คริสเตียน ฟุคส์ (Christian Fuchs) เป็นการเซ็นสัญญารายแรกของ เลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงซัมเมอร์ 2015 หลังย้ายมาจาก ชาลเก้ รับสัญญา 3 ปีในถิ่น คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ufa1688

จากบทบาทกัปตันทีมชาติออสเตรีย ก็พอจะทำให้ได้รู้ว่า กองหลังรายนี้ประสบการณ์มากขนาดแค่ไหน ช่วงเวลา 4 ปีที่ค้าแข้งอยู่ในเยอรมัน ฟุคส์ เคยเป็นแชมป์เดเอฟเบ ซูเปอร์ คัพ เคยได้ไปลุยแชมเปี้ยนส์ ลีก และที่สำคัญติด ทีมชาติมาแล้ว 60 นัด ก่อนที่จะมาอยู่กับเลสเตอร์ แบ็กซ้ายรายนี้มาพร้อมกับความสามารถทั้งเกมรับและเกมรุก นอกจากจะเข้าแท็กเกิ้ลได้หนักหน่วงแม่มยำแล้ว ฟุคส์ ยังมีจุดเด่นในการเปิดลูกตั้งเตะ ทั้งฟรีคิกและเตะมุม

ฟุคส์ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลดับ เวียเนอร์ นอยสตัดท์ ในบ้านเกิดเมื่อปี 2002 ก่อนย้ายไปเล่นกับ แมตเตอร์สเบิร์ก ซึ่งที่นั้นเขาก็เป็นกำลังหลักของทีมลงสนามไปเกิน 100 นัด

หลังใช้ชีวิตนักฟุตบอลในออสเตรียนาน 5 ปี ฟุคส์ ก็ได้ย้ายไปเล่นในเยอรมันกับ โบคุ่ม ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ได้เป็นตัวแทนทีมชาติลงเล่นยูโร 2008

ช่วงปลายฤดูกาล 2010-11 ฟุคส์ ถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ ไมนซ์ และเมื่อถูกส่งมาอยู่สังกัดแม่ เขาก็ถูกส่งออกไปให้กับ ชาลเก้ ในซัมเมอร์ปีเดียวกันนั้น

ซีซั่นแรกที่รังเฟลตินส์ อารีน่า ฟุคส์ พาต้นสังกัดคว้าอันดับที่ 3 ในบุนเดสลีกาพร้อมกับซิวโควตายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตลอดทั้งฤดูกาลเขาลงเล่นไปมากว่า 30 นัดรวมทุกรายการ

ปีต่อมา ฟุคส์ พาทีมเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนจะโดน กาลาตาซาราย เขี่ยตกรอบไป แต่ยังนับว่าเป็นอีกปีที่น่าจดจำสำหรับ ฟุคส์ เมื่อลงเล่นไปมากกว่า 30 นัดเป็นซีซั่นที่สองติดต่อกัน แถมยังลงสนามช่วยทีมชาติออสเตรียในรายการฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกด้วย

อีกปีแห่งความสำเร็จของ ฟุคส์ กับลีกสูงสุดเยอรมัน เกิดขึ้นในฤดูกาล 2013-14 ทีมของเขาจบซีซั่นที่สองติดต่อกัน แถมยังลงสนามช่วยทีมชาติออสเตรียในรายการฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกด้วย
ฤดูกาล 2014-15 จะเป็นความทรงจำที่อยู่กับ ฟุคส์ ไปอีกนานแสนนาน เขาเป็นคนเบิกสกอร์แรกในเกมบุกไปเอาชนะ เรอัล มาดริด 4-3 ที่สเปน ในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่นั่นก็ไม่เพียงพอให้ทีมของเขาผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย หลังพ่ายในเกมแรกมา 0-2
ฟุคส์ ลงสนามให้กับ ชาลเก้ ไปทั้งสิ้น 99 นัด ก่อนจะย้ายมาร่วมทัพ เลสเตอร์ ซิตี้ แบบไม่มีค่าตัว ปราการหลังเจ้าของส่วนสูง 186 เซนติเมตรออกสตาร์ตด้วยการเป็นตัวสำรองในเกมแรกของฤดูกาลที่ เลสเตอร์ เปิดบ้านถอนขน “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ 4-2 ก่อนจะได้โอกาสเป็น 11 ตัวจริงนัดแรกในเกม แคปปีตอล วัน คัพ นัดถล่ม บิวรี่ 4-1

เคลาดิโอ รานิเอรี่ ส่ง คริสเตียน ฟุคส์ ลงเล่นพรีเมียร์ลีกในฐานะตัวจริงเกมแรก นัดที่บุกไปเอาชนะ นอริช ซิตี้ 2-1 ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็สามารถรักษาตำแหน่งของตัวเองไว้อย่างเหนียวแน่น และยืนระยะเป็นตัวจริงตลอดทั้งฤดูกาลที่เหลือ

อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น ฟุคส์ ไม่ได้มีดีแค่เกมรับอย่างเดียว หากแต่ยังมีทีเด็ดในการเล่นเกมรุก คริสเตียน นับเป็นกองหลังที่จ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูได้มากที่สุดอันดับต้นๆ ของลีกและเขาก็มีส่วนช่วยให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ขณะที่ตัวเขาเองก็กลายเป็นนักเตะออสเตรียเพียงคนที่ 2 ที่ได้รับรางวัลนี้ นับตั้งแต่ที่ อเล็กซ์ แมนนิงเกอร์ เคยทำได้เมื่อปี 1998 กับอาร์เซน่อล

เดือน พฤษภาคม 2019 คริสเตียน ฟุคส์ ได้ตัดสินใจต่อสัญญากับ สโมสรออกไปอีก 1 ปี ทำให้ เจ้าตัวจะอยู่กับทีมต่อไปจนถึงเดือน มิถุนายน 2020 

Posted on Leave a comment

มาร์กอส โรโฮ (Marcos Rojo)

มาร์กอส โรโฮ (Marcos Rojo)

ตำแหน่ง กองหลัง
วันเกิด 20 มีนาคม 1990
สถานที่เกิด อาร์เจนติน่า

ส่วนสูง 187
ทีมชาติ อาร์เจนติน่า
เข้าร่วมทีม 20 สิงหาคม 2014 ufa1688

มาร์กอส โรโฮ นักเตะหมายเลข 5 คนใหม่ของแมนฯ ยู เป็นกองหลังทีมชาติอาร์เจนตินาที่มีความดุดันในการเข้าปะทะ จึงคาดกันว่าเขาจะเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ ในโอลด์ แทรฟฟอร์ด แน่

นักเตะละตินรายนี้ได้รับการเชิดชูเป็นอย่างมากจากผลงานในฟุตบอลโลกที่บราซิล ซึ่งเขาได้ลงเล่นให้ทีมฟ้าขาวไป 6 เกม จากทั้งหมด 7 เกม พลาดเพียงแค่เกมเดียวเท่านั้นในรอบก่อนรองชนะเลิศที่เอาชนะเบลเยียม เนื่องจากติดโทษแบน

โรโฮทำประตูแรกในนามทีมชาติได้ในรอบแบ่งกลุ่มที่อาร์เจนตินาเอาชนะไนจีเรียไป 3-2 และจากการวิเคราะห์ข้อมูลของคาสทรอล อินเด็กซ์ นักเตะวัย 24 ปีก็มีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นท์ โดยเขาได้รับคะแนนเฉลี่ย 9.5 จากเต็ม 10

อเลสซานโดร ซาเบลล่า โค้ชอาร์เจนตินาเคยร่วมงานกับโรโฮมาก่อนแล้วสมัยอยู่เอสตูเดียนเตส โดยร่วมกันคว้าแชมป์โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส ปี 2009 และตอร์เนโอ อเปร์ตูร่า ในปีต่อมา

ต่อมาเขาย้ายมาเล่นในยุโรปกับสปาร์ตัก มอสโกว์ ปีแรกเขาค่อนข้างมีปัญหาอยู่บ้างในการปรับตัวในลีกรัสเซีย ยังไงก็ตามเขาก็ยังทำผลงานได้ดีจนติดทีมชาติไปลุยศึกโคปา อเมริกา

ต่อไปในช่วงฤดูร้อนของปี 2012 เขาก็ย้ายไปเล่นกับสปอร์ติ้ง ลิสบอน ด้วยค่าตัวราว 3.5 ล้านปอนด์ และเมื่อเขาปรับตัวเข้ากับลีกโปรตุเกสได้ เขาก็โชว์ฟอร์มสุดยอดในฤดูกาล 2013/14 นำทีมจบอันดับเป็นรองเพียงแค่เบนฟิก้าทีมเดียวเท่านั้น

แม้โดยปกติเขาจะเล่นเป็นแบ็คซ้ายให้กับอาร์เจนตินา แต่โรโฮก็ได้ลงเล่นตรงใจกลางแนวรับของสปอร์ติ้งอยู่บ่อยครั้ง และเขาก็น่าจะไปได้สวยกับแผนการยืนแบบกองหลัง 3 คน ซึ่งเป็นระบบ 3-5-2 ที่ หลุยส์ ฟาน กัล น่าจะเน้นในฤดูกาลนี้

โรโฮ ซึ่งนามสกุลของเขาเป็นภาษาสเปนแปลว่าสีแดง กลายเป็นดาวเตะอาร์เจนตินาคนที่ 4 ที่ได้ย้ายมาร่วมทีมแมนฯ ยู ตามรอยอดีตเพื่อนร่วมทีมเอสตูเดียนเตสอย่าง ฮวน เซบาสเตียน เวรอน, กาเบรียล ไอน์เซ่ และ คาร์ลอส เตเบซ