Posted on Leave a comment

แบร์นาร์โด้ ซิลวา (Bernardo Silva)

แบร์นาร์โด้ ซิลวา (Bernardo Silva) หรือ แบร์นาร์โด้ โมตา เวย์ก้า เดอ คาร์วัลโญ่ เอ ซิลวา เกิดเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 1994 เขาเกิดและเติบโตขึ้นมาในเมืองหลวงอย่าง ลิสบอน ของประเทศโปรตุเกส เขานับเป็นเด็กที่มีผลการเรียนดีจนใครหลายๆ คนมักจะพูดว่า เขาสามารถโตขึ้นมามีการงานทำที่ดีอย่างแน่นอน แต่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ก็เลือกที่จะเดินทางเข้าสู่เส้นทางฟุตบอล เพราะมีความชอบและหลงใหลในกีฬาชนิดนี้เป็นอย่างมาก เขาจึงได้เข้าคัดเลือกเป็นดาวเตะในอคาเดมี่ของสโมสร เบนฟิก้า และได้เข้าอยู่ในศูนย์ฝึกนักฟุตบอลในระดับเยาวชนของสโมสรแห่งนี้ในวัยเพียง 8 ขวบเท่านั้น

เขาได้ก้าวเขามาเป็นดาวเตะในศูนย์ฝึกเยาวชนของสโมสร เบนฟิก้า เพียงแค่อายุ 8 ขวบ ซึ่งถือได้ว่า เป็นดาวเตะเยาวชนที่มีอายุน้อยเยอะที่สุดในรุ่นนั้นเลยทีเดียว จนกระทั่งในเวลาต่อมา เขาได้มีส่วนร่วมในการนำทีมเยาวชนก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์ลีกเยาวชนของประเทศได้สำเร็จ และได้ก้าวขึ้นไปเป็นดาวเตะในทีมสำรองของสโมสรได้ในเวลาต่อมา
เขาได้ไต่เต้าขึ้นมาเล่นในทีม เบนฟิก้า บี ในปี 2012/2013 และทำผลงานได้อย่างสุดยอดจนสามารถคว้าแชมป์ได้อย่างมากมาย หลังต่อไปเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพของเขาก็เริ่มที่จะเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น เมื่อในเดือนตุลาคม ในปี 2013 แบร์นาร์โด้ ซิลวา ได้เปิดตัวกับทีมเบนฟิก้าชุดใหญ่ เป็นครั้งแรกใน 19 ปี ในเกมการแข่งขัน ฟุตบอล โปรตุเกส คัพ ในเกมที่เฉือนเอาชนะ เดสปอร์ติโว่ เดอ ซินฟาเญส 1-0 ซึ่งในเกมนัดดังกล่าว ตัวเขาได้ลงสนามเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 80 และได้โชว์ผลงานออกมาได้อย่างสุดยอด จนสามารถคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในปี 2013/2014 จนกระทั่งในปีต่อมาก เขาทำผลงานออกมาได้อย่างสุดยอดจนฟอร์มการเล่นไปเข้าตากับทางทีมดังในลีกเอิง อย่าง โมนาโก และได้ย้ายไปร่วมทีมในสัญญาการยืมตัว Season ต่อมา

ในปี 2014 แบร์นาร์โด้ ซิลวา ได้ย้ายไปร่วมทีมกับสโมสร โมนาโก ในสัญญาการยืมตัว 1 ฤดูกาล โดยเขาได้ลงประเดิมสนามเป็นนัดที่หนึ่งในลีกเอิง ฝรั่งเศส ที่พบกับสโมสร บอร์กโดซ์ ในวันที่ 17 สิงหาคม ในฐานะตัวสำรอง โดยเขาได้ถูกเปลี่ยนตัวลงไปแทน ลูคัส โอคัมโปส ในช่วงครึ่งเวลาหลัง แต่ก็ยังไม่สามารถช่วยให้สโมสรเก็บชัยชนะได้ และพ่ายแพ้ไปด้วยสกอร์ 1-4
หลังต่อไปเขาได้ออกสตาร์ทเป็นนักฟุตบอลตัวจริงของสโมสรมาโดยตลอด และช่วยให้ โมนาโก เก็บชัยชนะได้อย่างไม่หยุด จนในวันที่ 14 ธันวาคม 2014 แบร์นาร์โด้ ซิลวา ก็สามารถที่จะทำประตูแรกให้กับตัวเองได้สำเร็จ และเป็นประตูช่วยให้ทีมเปิดบ้านเอาชนะ โอลิมปิค มาร์กเซย 1-0 จากฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงจนหาตัวจับยาก ทำให้ทางสโมสรโมนาโก ตัดสินใจซื้อขาด ซิลวา จากสโมสร เบนฟิก้าทันทีด้วยราคา 15.75 ล้านยูโร และได้สัญญาเป็นนักฟุตบอลในถิ่น สต๊าด หลุยส์ เดอซ์ ถึง 5 ปี
จนกระทั่งในปีต่อมา ถือได้ว่าตัวเขาโชว์ฟอร์มออกมาได้อย่างสุดยอด จนได้รับการเชิดชูจากสื่อในประเทศฝรั่งเศสอย่างมากมาย ทำให้หลายสโมสรยอดทีมเริ่มให้ความสนใจในตัวเขามากขึ้น แต่ตัวเขาก็เลือกที่จะอยู่กับทางสโมสรโมนาโกต่อไป เนื่องจากทางสโมสรได้มีสิทธิ์ได้เข้าไปเล่นในศึกฟุตบอล UEFA แชมเปี้ยนส์ลีก
ในเวลานั้น แบร์นาร์โด้ ซิลวา นับเป็นกำลังสำคัญของสโมสรเป็นอย่างมาก เพราะฟอร์มการเล่นอันร้อนแรงของเขาทำให้สโมสรสามารถมีผลงานออกมาได้ดี จนสาวกหลายๆ คนเชิดชูให้เขาเป็นฮีโร่ของสโมสร จนกระทั่งในฤดูกาล 2016/2017 เขาสามารถพาสโมสร โมนาโกสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้สำเร็จ ด้วยการนำทีมผงาดขึ้นเป็นแชมป์ลีกเอิงได้อย่างสุดยอด จากการลงเล่นไปทั้งหมด 58 นัด ทำไปได้ 11 ประตู 12 แอสซิส ก่อนที่ตัวเขาจะย้ายไปเล่นให้กับทางสโมสร Manchester City Season ถัดมา

หลังจากที่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา สามารถพาสโมสร โมนาโกก้าวขึ้นคว้าแชมป์ลีกเอิงได้สำเร็จ ตัวเขาก็ได้รับข้อเสนอจากทีมยักษ์ใหญ่ในประเทศเมืองผู้ดี อย่างทีม เรือใบสีฟ้า โดย แบร์นาร์โด้ ซิลวา ไม่รอช้ารีบทำการตอบรับข้อเสนอนั้นทันที
โดยเขาได้ย้ายเข้ามาอยู่กับทาง สโมสร เรือใบสีฟ้า ด้วยค่าตัว 43.5 ล้านปอนด์ และอาจจะเพิ่มอีก 17.5 ล้านปอนด์ หาก แบร์นาร์โด้ ซิลวา มีผลงานที่ดีตาเงื่อนไขที่ได้ระบุไว้ เขาได้รับสัญญากับทางสโมสรใหม่เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 5 ปี โดยการย้ายมาร่วมทีมในครั้งนี้ของเขาในครั้งนี้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ได้ถูกวางตัวเอาไว้ให้เป็นตัวตายพาร์ทเนอร์ของ ดาบิด ซิลวา
แต่การเขากลับไม่สามารถโชว์อันโดดเด่นได้เหมือนอย่างตอนที่ค้าแข้งอยู่กับ โมนโก ได้ โดยเขาไม่สามารถปรับตัวเขากับสไตล์การเล่นของฟุตบอลใน Premier League ได้ จนถูกติชม จากกองเชียร์ว่า เขาเล่นไม่คุ้มกับค่าตัว ซึ่งนั้นยิ่งทำให้เขายิ่งมีแรงผลักดันและเริ่มฝึกซ้อมแบบจริงจังมากยิ่งขึ้น จน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้เห็นถึงความตั้งใจของตัวเขาและเริ่มให้โอกาสในการลงสนามกับ แบร์นาร์โด้ ซิลวา มากยิ่งขึ้น จนสามารถกลับมายึดตัวจริงได้สำเร็จ
เขากลายเป็นดาวเตะสารพัดประโยชน์ในแดนกลางของสโมสรเรือใบสีฟ้า และมักจะได้รับคำชมจากกุนซืออย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อยู่เสมอ จนสามารถกลายเป็นดาวเตะที่มีส่วนร่วมในการคว้าแชมป์ให้กับสโมสรได้อย่างได้อย่างมากมายในระยะเวลาเพียง 2 ฤดูกาลเท่านั้น

หลังจากที่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา สามารถก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่กับสโมสร เบนฟิก้า ได้สำเร็จ ในวัย 18 ปี เขาก็ถูกเรียกตัวติดทีมชาติ โปรตุเกส ในรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ซึ่งนับเป็นการถูกเรียกตัวติดทีมชาติเป็นครั้งแรกของตัวเขาเลยทีเดียว โดยในการมีชื่อติดทีมชาติในครั้งนั้นทำให้ตัวเขาได้ไปลุยศึก ยูโร ในรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ในรายการนั้นเขาเป็นตัวหลักและนำทีมชาติโปรเกสทะลุเข้าไปถึง รอบรองชนะเลิศ โดยในครั้งนั้นทำให้เขาได้รับคำชมจากเพื่อนร่วมทีมและบรรดาสต๊าฟโค้ชเป็นอย่างมาก
จนในปี 2015 เขาได้ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ซึ่งในเกมแมตช์ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นความภูมิใจของตัวเขาเลยก็ว่าได้ เพราะ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ได้ลงสนามให้กับทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นเกมที่ โปรตุเกส เปิดบ้านเอาชนะ สาธารณรัฐเคปเวิร์ด ไปได้ 2-0 ซึ่งต่อมาเขาสามารถทำประตูแรกในนามทีมชาติได้สำเร็จ ในเกมที่ทีมชาติโปรตุเกส ไล่ถล่ม ทีมชาติ เยอรมัน ไปได้ด้วยสกอร์ 5-0 ก่อนที่ในปีต่อมาเขาจะไม่มีชื่อติดทีมชาติโปรตุเกส ในรายการ ยูโร 2016 เนื่องจากมีอาการเดี้ยงรบกวน
กระทั่งในปี 2017 เขาได้มีชื่อกลับมาติดทีมชาติอีกครั้งในรายการ ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชันส์ คัพ ที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งประเทศสามารถทำผลงานออกมาได้อย่างสุดยอดและทะลุเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ และพ่ายแพ้ให้กับทีมชาติเม็กซิโก ไปด้วยสกอร์ 2-1

เกียรติประวัติส่วนตัว แบร์นาร์โด้ ซิลวา
สโมสร เบนฟิก้า
Primeira Liga : 2013–2014
Taça de Portugal : 2013–2014
Taça da Liga : 2013–2014
สโมสร โมนาโก
Ligue 1 : 2016–2017

สโมสร เรือใบสีฟ้า
Premier League : 2017–2018, 2018–2019
Carabao Cup : 2017–2018, 2018–2019
FA Cup : 2018–2019
FA Community Shield : 2018, 2019

รางวัลส่วนตัว
Segunda Liga Breakthrough Player of the Year: 2013–2014
UEFA European Under-19 Championship Team of the Tournament: 2013
UEFA European Under-21 Championship Team of the Tournament: 2015
SJPF Segunda Liga Player of the Month: October 2013, December 2013, January 2014
UNFP Ligue 1 Player of the Month: January 2017
UNFP Ligue 1 Team of the Year: 2016–2017
Premier League Team of the Year: 2018–2019
Manchester City Player of the Year: 2018–2019
Alan Hardaker Trophy: 2019
UEFA Nations League Finals Player of the Tournament: 2019
UEFA Nations League Finals Team of the Tournament: 2019

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *